รวม "นามพระราชทาน" รถไฟฟ้าสีและสายต่าง ๆ ที่ทรงคุณค่าทั้งความหมายและความสำคัญของ

ที่มา "นามพระราชทาน" ทางประวัติศาสตร์

การเดินทางในกรุงเทพมหานครเปลี่ยนไปตั้งแต่เริ่มนำรถไฟฟ้าสายแรกเข้ามาเปิดให้บริการเมื่อกว่า 20 ปีก่อน แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นชินกับการเรียกชื่อรถไฟฟ้าตาม "สี" ของสายรถไฟฟ้านั้น ๆ เช่น สายสีเขียว สายสีน้ำเงิน สายสีชมพู สายสีเหลือง ฯลฯ แต่ทราบหรือไม่ว่า...รถไฟฟ้าแต่ละสายได้รับพระราชทานชื่ออันเป็นมงคล ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่า


จากการพัฒนาระบบคมนาคม "การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ" โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงกลายเป็นวิถีชีวิตสำหรับคนเมืองในปัจจุบัน จากรถไฟฟ้าสายแรกสู่โครงข่ายใยแมงมุมในปัจจุบัน ชื่อที่ได้รับ "นามพระราชทาน" ให้กับรถไฟฟ้าจึงไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเรียก แต่กลายเป็นการบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองในแต่ละเส้นทาง โดยส่วนใหญ่จะมีความหมายถึงการเฉลิมฉลอง ความเป็นสิริมงคล และความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองในแต่ละช่วงที่ดำเนินการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าในเส้นทางต่าง ๆ เช่น


 รถไฟฟ้า BTS สายสุขุมวิท (สีเขียวอ่อน) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 1"


 ความหมายนามพระราชทาน  การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (72 พรรษา) ในปี 2542

 เปิดให้บริการ   วันที่ 5 ธันวาคม 2542

 ลักษณะเส้นทางการให้บริการ  ครอบคลุมเส้นทาง 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และ ปทุมธานี

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 47 สถานี (หมอชิต-คูคต/ หมอชิต-เคหะฯ)

1) สถานีหลัก : หมอชิต-อ่อนนุช

2) ส่วนต่อขยายเหนือ : หมอชิต-คูคต

3) ส่วนต่อขยายใต้ : อ่อนนุช-เคหะฯ


....................................................................................


 รถไฟฟ้า BTS สายสีลม (สีเขียวเข้ม) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 2"


 ความหมายนามพระราชทาน  การเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ (72 พรรษา) ในปี 2542

 เปิดให้บริการ   วันที่ 5 ธันวาคม 2542

 ลักษณะเส้นทางการให้บริการ  เส้นทางหลักเข้าฝั่งธนบุรี

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 14 สถานี (สนามกีฬาแห่งชาติ - บางหว้า)


...................................................................................


 รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (ท่าพระ-หลักสอง) ... ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล"


 ความหมายนามพระราชทาน  งานฉลองความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา

 เปิดให้บริการ   วันที่ 3 กรกฎาคม 2547

 ลักษณะเส้นทางการให้บริการ  เส้นทางเดินรถไฟฟ้าแบบวงแหวนครอบคลุมกรุงเทพฯ ฝั้งพระนคร และ ฝั่งธนบุรี

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 38 สถานี

1) เส้นทางหลัก : ท่าพระ-หลักสอง

2) ส่วนต่อขยาย : บางซื่อ-ท่าพระ/ หัวลำโพง-บางซื่อ/ หัวลำโพง-บางแค

........................................................................


 แอร์พอร์ตเรลลิงก์ (พญาไท-สุวรรณภูมิ) .. ยังไม่ได้รับชื่อพระราชทาน


 เปิดให้บริการ   วันที่ 23 สิงหาคม 2553

 เส้นทางให้บริการ  วมทั้งหมด 8 สถานี



..........................................................................


 รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (คลองบางไผ่-เตาปูน) .. ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม"


 ความหมายนามพระราชทาน  การเฉลิมฉลองพระราชาที่ปกครองโดยธรรม

 เปิดให้บริการ   6 สิงหาคม 2559

 เส้นทางให้บริการ  วมทั้งหมด 16 สถานี


.......................................................................................


 รถไฟฟ้าสายสีทอง (กรุงธนบุรี-ประชาธิปก) .. ยังไม่ได้รับชื่อพระราชทาน


 เปิดให้บริการ   16 ธันวาคม 2563

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 4 สถานี

1) ระยะที่ 1 : 3 สถานี (สถานีกรุงธนบุรี/ สถานีเจริญนคร/ สถานีคลองสาน)

2) ระยะที่ 2 : 1 สถานี (สถานีประชาธิปก)


..........................................................................................


 รถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และ บางซื่อ-ตลิ่งชัน) .. ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟชานเมือง สายธานีรัถยา และ สายนครวิถี"


เส้นทางบางซื่อ-รังสิต (สายแดงเข้ม) : รถไฟชานเมือง สายธานีรัถยา

 ความหมายนามพระราชทาน (บางซื่อ-รังสิต)  เส้นทางของเมือง (เส้นทางคมนาคมของบ้านเมือง)

 เปิดให้บริการ   29 พฤศจิกายน 2564

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 10 สถานี



เส้นทางบางซื่อ-ตลิ่งชัน (สายแดงอ่อน) : รถไฟชานเมือง สายนครวิถี

 ความหมายนามพระราชทาน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน)  เส้นทางของนคร (เส้นทางคมนาคมของบ้านเมือง)

 เปิดให้บริการ   29 พฤศจิกายน 2564

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 3 สถานี

.........................................................................................


 รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) .. ได้รับนามพระราชทานว่า "รถไฟฟ้ามหานคร สายนัคราพิพัฒน์"


 ความหมายนามพระราชทาน  ความเจริญแห่งเมือง

 เปิดให้บริการ   3 กรกฎาคม 2566

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 23 สถานี


..............................................................................................


 รถไฟฟ้า MRT สายสีชมพู (ศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี) .. ได้รับนามพระราชทาน "รถไฟฟ้ามหานคร สายวิวัฒน์นคร"


 ความหมายนามพระราชทาน  ความเจริญของเมือง นำมาซึ่งความปิติยินดีและสิริมงคลแก่กระทรวงคมนาคม การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ (รฟม.) และประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง

 เปิดให้บริการ   7 มกราคม 2567

 เส้นทางให้บริการ  รวมทั้งหมด 32 สถานี

1) เส้นทางหลัก (ศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี) : 30 สถานี

2) เส้นทางส่วนต่อขยาย (ศรีรัช-เมืองทองธานี) : 2 สถานี



 ทุกเที่ยวการเดินทางบนรถไฟฟ้าไม่ว่าเส้นทางหรือสายไหน จึงเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนไปบนเส้นทางแห่งสิริมงคล ผ่าน "นามพระราชทาน" ที่เต็มไปด้วยความหมายดี ๆ ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนหน้าบันทึกประวัติศาสตร์ ความร่วมสมัย และความผาสุขของประชาชนไว้ในทุกสถานีที่รถไฟฟ้าเคลื่อนผ่าน



พลิกโฉมจากเมือง "ติดขัดเพราะรถติด" สู่ "เมืองน่าอยู่และยั่งยืน" ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ    

กรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องรถติดหนาแน่น, มลพิษ PM 2.5 และความเหลื่อมล้ำในการเดินทาง ปัญหาเหล่านี้จะค่อย ๆ คลี่คลายด้วยระบบขนส่งสาธารณะจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือ "โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ " ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนอย่างแท้จริง


ทำไม  ระบบขนส่งสาธารณะป็นหัวใจหลักสำคัญของกรุงเทพฯ  


  • ลดวิกฤตเรื่องรถติดการจราจรหนาแน่นและเวลาที่สูญเสียในการเดินทาง  เชื่อมต่อการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง
  • ลดวิกฤตเรื่องมลพิษและฝุ่น PM 2.5  การเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะโดยการใช้รถไฟฟ้า หรือ รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ช่วยลดเรื่องมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ และช่วยลดก๊าซเรือนกระจกเห็นได้อย่างชัดเจน รวมถึงเป็นการทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นในระยะยาว
  • สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงเมือง  ระบบขนส่งสาธารณะที่รองรับเรื่องราคาที่เหมาะสม เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทุกคน ทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงตัวเมืองได้ รวมถึงสามารถรับบริการสาธารณะต่าง ๆ ได้อยา่งสะดวกและเท่าเทียม รวมถึงการรองรับกุ่มเปราะบางที่ต้องมีการออกแบบรูปแบบระบบขนส่งสาธารณะตามแบบสากล
  • ชื่อมต่อโครงข่ายการเดินทางที่สมบูรณ์  สร้างการเดินทาง "แบบไร้รอยต่อ" ระหว่างรถไฟฟ้า-รถเมล์-เรือ และ ระบบ Feeder ต่าง ๆ
  • ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนและเพิ่มคุณภาพชีวิต  ค่าใช้จ่ายรายเดือนจากการใช้ระบบขนส่งสาธารณะที่มี "ราคาเอื้อมถึง+เดินทางได้จริง" จะมีราคาค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์ส่วนตัว รวมถึงมีเวลาในการเดินทางและมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
  • รองรับการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  เมื่อระบบขนส่งสาธารณะมีความสมบูรณ์แบบ สามารถผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็น "มหานครสีเขียว เดินทางสะดวก" ที่มีการเติบโตของเมืองอย่างมีทิศทางโดยรอบพื้นที่แต่ละสถานีขนส่งมวลชน
  • เป็นเสมือนฐานเมืองสีเขียวในอนาคต  ระบบขนส่งสาธารณะรอง หรือ Feeder เช่น การเดิน-การปั่นจักรยาน เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น รถไฟฟ้า จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้กรุงเทพฯ มีการเดินทางที่สะดวกสบาย รวดเร็ว ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


10 จุดเช็คอิน! แยกรถติดยอดฮิตที่ต้องเลี่ยงการใช้รถยนต์ขับผ่านเข้ามา

แต่เราเลือกที่จะไม่ติดกับแยกได้ด้วยรถไฟฟ้า MRT

แยกที่ได้ชื่อว่า "แยกที่รถติดตลอดวัน" แต่เราไม่จำเป็นต้อง "ติดที่แยก" ในช่วงเวลาที่คุณจะต้องใช้เส้นทางผ่านแยกรถติดเพื่อไปทำธุระ ลองเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า MRT เป็นทางเลือกหลัก ที่จะให้การเดินทางของคุณเปลี่ยนไป ไปถึงปลายทางได้ไวและรวดเร็วมากขึ้น ไม่หงุดหงิดที่ต้องติดอยู่ในรถในแต่ละแยกที่ต้องผ่าน


สำหรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล "รถติด" ไม่ได้เป็นแค่สถานการณ์ แต่ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ต้องเตรียมใจเผื่อเวลาเพิ่มอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงในทุกช่วงเวลาที่ต้องมีการใช้เส้นทางขับผ่านแต่ละแยก มาลองเช็คกันว่าจะมีทั้งหมดกี่แยกที่ได้ชื่อว่า "แยกที่รถติดทั้งวัน"

.

ในเมื่อแยกต่าง ๆ ยังอยู่ที่เดิม คำถามคือ..เราจะทำอย่างไรให้ชีวิตเราไ่ม่ต้อง "ติดอยู่ตรงแต่ละแยก" ในช่วงที่เร่งรีบ คำตอบที่ง่ายที่สุด คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางจากการ "รอ..รอ..รอ เพื่อขับผ่านแยก" เปลี่ยนการเดินทางด้วยการใช้รถไฟฟ้า MRT นั่งโดยสารตัดผ่านข้ามแยกรถติดแทน


รวมสี่แยกทั่วกรุงเทพฯ ที่ได้ชื่อว่าเป็น "แยกรถติดสุด ๆ ตลอดทั้งวัน" >> มาลองเปลี่ยนวิถีการเดินทางแบบใหม่ด้วยการใช้ระบบขนส่งสาธารณะด้วยรถไฟฟ้า MRT ช่วยประหยัดทั้งเวลา และ ไม่เสียสุขภาพจิตที่ต้องหงุดหงิดในการใช้เวลารอที่จะผ่านแต่ละแยก

กระทรวงคมนาคม พร้อมจัดระบบขนส่งสาธารณะรองรับการเดินทางของประชาชน

เพื่อเข้าร่วมถวายสักการะพระบรมศพหน้าพระฉายาลักษณ์

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2568

กระทรวงคมนาคม และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับหน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมจัดรถโดยสารสาธารณะเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนเพื่อเข้าร่วมสักการะพระบรมศพหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทางไปยังพื้นที่พิธีสนามหลวง โดยมีการจัดเตรียมการให้บริการครบทั้งระบบโดยสารสาธารณะ ได้แก่ การเดินทางด้วยระบบ ล้อ (รถ Shuttle Bus) - ราง - เรือ


หน่วยงาน ขสมก. (บริการรถ Shuttle Bus - รถเมล์ครีมแดง) บริการรับ-ส่ง ฟรี


ขสมก. อำนวยความสะดวกจัดเดินรถ Shuttle Bus ด้วยการนำรถเมล์ครีม-แดง มาใช้บริการรับ-ส่ง ประชาชนที่จะเดินทางไปยังพื้นที่งานพิธีที่สนามหลวง โดยกำหนดจุดจอดรับ-ส่ง ดังนี้


1) จุดจอดรับ-ส่ง ที่สถานีเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้ามหานครสายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีเขียว บริการฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น.

  • สถานีท่าพระ --> สนามหลวง
  • สถานีสนามไชย --> สนามหลวง
  • สถานีสามยอด --> สนามหลวง
  • สถานีสยาม --> สนามหลวง
  • สถานีวงเวียนใหญ่ --> สนามหลวง



2) จุดจอดรับ-ส่ง ที่สถานีขนส่ง บริการฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. ได้แก่


  • สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ --> สนามหลวง
  • อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ฝั่งพญาไท) --> สนามหลวง
  • สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ --> สนามหลวง
  • สถานีหัวลำโพง --> สนามหลวง
  • สถานีเอกมัย --> สนามหลวง
  • บางใหญ่ --> สนามหลวง
  • สนามราชมังคลากีฬาสถาน --> สนามหลวง
  • บขส. (หมอชิต 2) --> สนามหลวง
  • สนามศุภชลาศัย --> สนามหลวง



หน่วยงาน "การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)"


รฟม. เข้าร่วมอำนวยความสะดวกในการให้บริการเชื่อมต่อการเดินทางไปยังงานพิธีที่สนามหลวง ซึ่งการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามหานครสายสีนำเงิน ประชาชนสามารถใช้บริการและมาลงที่ "สถานีสนามไชย" ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้พื้นที่สนามหลวงมากที่สุด เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. และเสียค่าโดยสารปกติ



หน่วยงาน "กรมเจ้าท่า" (บริการด้วยเรือโดยสารข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา) บริการรับ-ส่ง ฟรี


กรมเจ้าท่าร่วมอำนวยความสะดวกด้วยการจัดเรือตรวจการณ์ "เจ้าท่า 218" ร่วมบริการรับ-ส่ง ฟรี ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ด้วยเส้นทางเดินเรือระหว่าง


  • ท่าเรือวัดระฆัง --> ท่าเรือวัดอรุณราชวราราม --> ท่าเรือท่าช้าง (วังหลวง)

Car Free Day "วันรักษ์โลก 22 ก.ย. 68"

การเริ่มต้นเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางรูปแบบใหม่ จะทำให้ชีวิตการเดินทางดูง่ายขึ้นไปพร้อมกัน

กับเมมืองที่สะอาดขึ้น และโลกน่าอยู่มากขึ้น

เดือนกันยายนของทุกปี หลายประเทศทัี่วโลกจะร่วมจัดกิจกรรม "Car Free Day" เพื่อรณรงค์การลดใช้รถยนต์ส่วนตัวแล้วหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน หรือ การเดินทางด้วยการเดินเท้า การปั่นจักรยาน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เพียงช่วยลดปัญหาในเรื่องการจราจรที่ติดขัด แต่ยังเป็นการช่วยลดมลพิษทางอากาศและก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


Car Free Day ไอเดียรักษ์โลกระดับสากลที่มีการเริ่มต้นจากการรณรงค์เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ โดยกิจกรรมนี้ได้เริ่มกำหนดให้ทุกวันที่ 22 กันยายน ของทุกปีถือเป็น "วันรักษ์โลก" องค์กรต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกจะให้การสนับสนุนและผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในวันนี้ ถึงแม้จะกำหนดเพียง 1 วัน แต่ไม่ใช่เพียงแค่วันเดียวที่สามารถช่วยรักษ์โลกได้ แต่สามารถเป็นจุดเริ่มต้นที่จะลองมาเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางแบบใหม่ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพียงแค่ทดลองลดใช้รถยนต์ส่วนตัวแค่ 1 วัน ทุกคนสามารถสัมผัสไถ้ดึงประโยชน์ที่จะทำให้วิถีชีวิตที่ปราศจากมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ได้แน่นอน


ดังนั้น "วันรักษ์โลก" มีความหมายมากกว่าการคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่สามารถข่วยแก้ปัญหาเรื่องการจราจรแออัดบนถนนได้ ส่งผลให้สภาพอากาศดีขึ้น สุขภาพดีขึ้น เพียงแค่ทดลองเริ่มลดการใช้รถยนต์แค่ 1 วัน จะกลายเป็นทางเลือกที่ทุกคนสามารถร่วมมือและช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น



รวมแอปพลิเคชันโหลดฟรี - ผู้ช่วยนำทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

(เดินทางง่าย ครบ จบในแอป)

การเดินทางในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางในทุกด้าน อาจทำให้เป็นเรื่องสับสนสำหรับหลายคนที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนแต่ละที่โดยไม่รู้ทิศทางว่าจะเริ่มต้นการเดินทางด้วยแบบไหนดีกว่า เร็วกว่า และประหยัดกว่า


 จะดีกว่าไหมถ้าผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะสามารถเช็คทุกเส้นทางได้ด้วยตัวเอง เช็คเวลาการเดินทางด้วยตัวเองตั้งแต่จุดเริ่มต้นถึงจุดหมายปลายทาง และสามารถเลือกการเดินทางในหลาย ๆ ประเภททั้ง รถเมล์ เรือด่วน รถไฟฟ้า มอเตอร์ไซด์รับจ้าง

 จะดีกว่าไหมถ้าผู้ใช้บริการจะโหลดแอปพลิเคชันตัวช่วยเพื่อ.. "นำทาง" ให้การเดินทางสะดวก ง่าย และวางแผนการเดินทางได้ด้วยตัวเอง


แอปพลิเคชันที่ควรโหลดติดมือถือรองรับทุกระบบ (ทั้ง IOS และ Android) ไม่เพียงทำให้คุณประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยลดความเครียดจากการเดินทาง สามารถวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้า และสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


มาทำความรู้จัก 10 แอปพลิเคชันยอดฮิตที่ควรโหลดติดมือถือไว้ ตอบโจทย์ในการเป็นผู้ช่วยที่ดีในการนำทางไม่ให้หลงเส้นทางในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ "เดินทางไปได้ทุกเส้นทาง ไม่ต้องกลัวหลงทาง เป็นเพื่อนคู่ใจคอยช่วยเหลือในการนำทางให้คุณ "


 โหลดฟรีทั้งระบบ IOS  และ Android 

 ช่วยค้นหาเส้นทางที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

 ช่วยบอกตำแหน่งป้ายสถานีจอดรถต่าง ๆ "ใกล้ฉัน"

 ช่วยบอกเส้นทาง ระยะการเดินทาง เวลาคาดการณ์ที่จะถึงจุดหมายปลายทาง

 ช่วยบอกวิธีการเดินทางแบบต่อรถโดยสารทุกประเภทที่ชัดเจน ไม่ต้องเสียเวลาในการสอบถาม

 สามารถช่วยเปรียบเทียบเส้นทางที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้ค้มค่าสุด

 สามารถช่วยวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ

 รองรับทั้งระบบภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ


 โหลดเลย...เพื่อการเดินทางในเมืองที่ง่ายขึ้นและประหยัดทั้งเวลาและเงินในกระเป๋ามากกว่าเดิม



อัพเดทระบบ Feeder - ระบบขนส่งสาธารณะรอง

(เดินทางใกล้-ไกล เชื่อมถึงที่หมายได้ทุกเส้นทาง)

ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ Feeder หรือ ระบบขนส่งสาธารณะรอง จึงเป็นกลไกที่สำคัญที่เริ่มเข้ามามีบทบาทเสมือนระบบที่ช่วยเชื่อมต่อและส่งเสริมให้การเดินได้รับความสะดวก รวดเร็ว และ ปลอดภัยในการเดินทางแบบไร้รอยต่อ


สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้รับมอบนโยบายจากทางภาครัฐ เพื่อดำเนินการศึกษาแนวทางพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรองที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ระบบ Feeder สามารถเข้ามามีบทบาาทเสมือน "จิ๊กซอว์ (JIGSAW)" ชิ้นสำคัญที่เติมเต็มเพื่อเชื่อมระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในอนาคต


ปัจจุบันระบบ Feeder ที่มีให้บริการ ณ ปัจจุบัน แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้


  1. การเดินทางโดยไม่ใช้เครื่องยนต์ เช่น การเดินเท้า หรือ การปั่นจักรยาน ถือว่าเป็นรูปแบบ Feeder ประเภทหนึ่งที่ส่งผลดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. การเดินทางโดยทางราง เช่น รถไฟฟ้าทางรางแบบโมโนเรล (ระบบรถไฟฟ้าแบบรางเดี่ยว เช่น รถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู หรือ สีเหลือง) หรือ รถไฟฟ้าแบบล้อยาง (ระบบรถไฟฟ้าที่ใช้ล้อยางแทนล้อเหล็กซึ่งเป็นระบบที่อยู่ในระยะการวางแผนเพื่อนำมาใช้ เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล หรือ สีทอง)
  3. การเดินทางโดยทางน้ำ เช่น การเดินทางด้วยเรือโดยสารประเภทต่าง ๆ (เรือโดยสารคลองแสนแสบ เรือโดยสารแม่น้ำเจ้าพระยา)
  4. การเดินทางโดยทางบก ณ ปัจจุบันมีการดำเนินการในหลายรูปแบบ เช่น
  • BMA Feeder - รถโดยสารปรับอากาศที่ให้บริการฟรี เดินรถตามเส้นทางที่กำหนด NEW!!
  • MRTA Feeder - รถโดยสารประเภทมินิบัสรูปแบบไฟฟ้าให้บริการฟรี เดินรถโดยสารตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า
  • SRT/DRT Feeder - รถไฟที่ใช้เชื่อมต่อสถานีชานเมือง
  • รถรับจ้างสาธารณะต่าง ๆ - รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ รถสองแถว รถตู้ร่วมบริการ
  • รถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT)


ระบบ Feeder น้องใหม่! "BMA Feeder" รถโดยสารระบบไฟฟ้าที่ให้บริการฟรีเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางที่เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2568 ที่ผ่านมา


>>> เปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้ง 7 เส้นทาง <<<


  1. สำนักงานเขตทวีวัฒนา --> โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ --> สถานี MRT หลักสอง
  2. วัดปุรณาวาส --> สำนักงานเขตทวีวัฒนา
  3. ดินแดง --> สถานี BTS สนามเป้า
  4. ถนนสามเสน --> ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง
  5. ชุมชนเคหะร่มเกล้า --> สถานี ARL ลาดกระบัง
  6. สถานี MRT บางขุนนนท์ --> ตลาดน้ำตลิ่งชัน
  7. พิพิธภัณฑ์เด็กจตุจักร --> สถานี BTS หมอชิต


# เปิดให้บริการฟรีทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ วันละ 2 ช่วงเวลา

  • ช่วงเช้า : 06.00-09.00 น.
  • ช่วงเย็น : 16.00-20.00 น.



__________________________________________________

รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู สายเมืองทองธานี

เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

เริ่มแล้ว 17 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป โครงการรถไฟฟ้าสายมหานคร สีชมพูส่วนต่อขยาย เมืองทองธานี พร้อมเปิดให้บริการ เชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ศูนย์แสดงสินค้าเมืองทองธานี และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างไร้รอยต่อ


  • อัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 15-45 บาท ตามระยะทาง
  • เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00 24.00 น.


สามารถเชื่อมโยงการเดินทางเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าหลายสาย ได้แก่

  • รถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี
  • รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง (สถานีหลักสี่)
  • รถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต (สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ)
  • รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ในอนาคต (สถานีมีนบุรี)


ความถี่ในการเดินรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพูส่วนต่อขยาย

วันจันทร์ - วันศุกร์

  • ทุก 5 นาที ในชั่วโมงเร่งด่วน 07.00-08.00 น. และ 17.00-18.00 น.
  • ทุก 10 นาที ในช่วงเวลาอื่น

วันเสาร์ - วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

  • ให้บริการทุก 10 นาที ตลอดวัน

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อทำงาน ช็อปปิ้ง หรือร่วมกิจกรรมที่เมืองทองธานี วันนี้คุณสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็ว และตรงเวลาด้วยระบบรถไฟฟ้าที่ทันสมัย จุดหมายใกล้แค่เพียงหนึ่งสายรถไฟ

เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนชีวิต ด้วยตั๋วร่วม รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ในเดือนกันยายน 2568 นี้

เดินทางเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้า...ด้วยราคาเดียวเชื่อมต่อการเดินทางแบบไร้รอยต่อ

การบูรณาการตั๋วร่วมสำหรับรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2568 นี้ ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นการเริ่มต้นจากระบบหลักด้านคมนาคมที่รัฐบาลได้ดำเนินการวางแผนการด้านบริหารระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการเจรจาขอความร่วมมือกับผู้ให้บริการเอกชนเพื่อปรับเปลี่ยนการเดินทางในกรุงเทพฯอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มความสะดวกและคุ้มค่า ที่ไม่เป็นเพียงการตอบโจทย์เรื่องค่าใช้จ่ายของประชาชน ไม่ใช่เพียงมาตรการประชานิยมชั่วคราว แต่เป็นเสมือนกุญแจสำคัญในการปฏิรูปการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ทุกเข้าถึงได้อย่แท้จริง


ปัจจุบันผู้โดยสารที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าหลายสายเพื่อเดินทางในหลายเส้นทางต้องเสียค่าโดยสารแยกแต่ละระบบทำให้ค่าใช้จ่ายรวมต่อวันสูงเกินความจำเป็น โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยหรือผู้ที่ต้องเดินทางระยะไกลจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางเมือง ดังนั้น การนำระบบตั๋วร่วมแบบราคาเดียวเข้ามาใช้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างมาก เช่น จากเดิมต้องจ่ายมากกว่า 40-70 บาทต่อเที่ยว จะลดลงเหลือเพียง 20 บาทต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะต้องเปลี่ยนกี่สายก็ตาม



ประโยชน์ที่มากกว่าแค่ราคาถูก ไม่ใช่แค่มาตรการที่ช่วยลดค่าครองชีพ แต่ยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการสร้าง "ระบบขนส่งเพื่อทุกคน"

บนหลักการความการเท่าเทียมทางโอกาส ลดความเลื่อมล้ำทางพื้นที่อาศัย และพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองอย่างเป็นระบบ


  • เพิ่มการเข้าถึงในระบบขนส่งสาธารณะของกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย
  • ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและปัญหาจราจร
  • ส่งเสริมความเท่าเทียมในการเดินทางไม่ว่าจะอยู่ชานเมืองหรือในเมืองสามารถเดินทางเข้าถึงได้เช่นกัน
  • ผลักดันการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทาง
  • เดินทางเชื่อมต่อการเดินทางได้หลายระบบโดยจ่ายเพียงครั้งเดียว
  • ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเฉลี่ยต่อวันต่อคนได้มากกว่า 50%
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม
  • เป็นการวางรากฐานเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะที่ยั่งยืน


แล้วคุณล่ะ....พร้อมหรือยัง? กันยายนนี้ เปลี่ยนชีวิตการเดินทางของคุณด้วยตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 20 บาทที่เข้าร่วมกว่า 10 สาย/สี เริ่มต้นการเดินทางใหม่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ ครอบคลุม 10 เส้นทางภายในวันที่ 30 กันยายน 2568

  1. สายสีเขียวเข้ม
  2. สายสีเขียวอ่อน
  3. สายสีทอง
  4. สายสีเหลือง
  5. สายสีชมพู
  6. สายสีน้ำเงิน
  7. แอร์พอร์ต เรล ลิงก์
  8. สายสีม่วง **(ค่าโดยสาย 20 บาทตลอดสายแล้ว)
  9. สายสีแดงเข้ม **(ค่าโดยสาย 20 บาทตลอดสายแล้ว)
  10. สายสีแดงอ่อน **(ค่าโดยสาย 20 บาทตลอดสายแล้ว)

ยกระดับการเดินทางเชื่อมเมือง!

รถไฟฟ้าสายสีชมพูพร้อมพาคุณเชื่อมต่อเมือง เดินทางสบายทั่วฝั่งตะวันออกกรุงเทพฯ

และไฮไลต์ส่วนต่อขยาย ช่วงศรีรัช - เมืองทองธานี : Destination Gateway

การเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) รวมถึงส่วนต่อขยายช่วงศรีรัช-เมืองทองธานี ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯและปริมณฑล ภายใต้แนวคิด Transit - Oriented Development (TOD) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเมืองควบคู่กับระบบรางอย่างเป็นระบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานและการประโยชน์ในพื้น ดังนี้


1.แก้ปัญหาจราจรในฝั่งตะวันออก - ตะวันตกของกรุงเทพฯ

เพื่อแบ่งเบาการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและลดเวลาการเดินทาง บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ รามอินทรา มีนบุรี และนนทบุรี ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการจราจรหนาแน่น

2.เชื่อมต่อหลายสายรถไฟฟ้าในระบบเดียวกัน

ผู้ใช้งานสามารถใช้เป็นเส้นทางสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องไร้รอยต่อทั่วเมืองภายในระบบรถไฟฟ้าเดียวกัน (MRT) เช่น เชื่อมต่อสายสีม่วง (สถานีแคราย). สายสีแดง (สถานีหลักสี่), สายสีเขียว (สถานีวัดพระศรีฯ), และสายสีส้ม (สถานีมีนบุรี)

3.รองรับการขยายตัวของเมืองและชุมชน

สามารถตอบโจทย์ให้กับประชาชนที่อาศัยในบริเวณพื้นที่สถานีสายสีชมพูในปัจจุบัน ที่มีอัตราการพักอาศัยกระจุกตัวหนาแน่นโดยเฉพาะเขตบางเขน รามอินทรา มีนบุรี และแจ้งวัฒนะฯ ด้วยระบบรถไฟฟ้าที่ทันสมัย และรองรับการเดินทางในเขตเมืองรอบนอกได้ครอบคลุมพื้นที่

4.ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อลดปัญหาด้านจราจรติดขัดบริเวณพื้นที่สถานี รวมถึงสามารถช่วยลดมลพิษทางอากาศ ช่วยลดอุบัติเหตุและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

5.การกระจายความเจริญและกระตุ้นเศรษฐกิจ

สร้างโอกาสใหม่ในเขตเมืองรอบนอกเพื่อดึงดูดนักลงทุน เพิ่มมูลค่าที่ดินและขยายโอกาสในการทำงานของคนในพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาทำงานเฉพาะเขตเมืองด้านใน


ส่วนต่อขยายจากสถานีเมืองทองธานีเข้าไปโซนจัดงานอิมแพ็คเมืองทองธานีและโซนทะเลสาบในพื้นที่อิมแพ็ค นับเป็นไฮไลต์ที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางรวมกิจกรรมระดับชาติ เช่น เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมประเภทงานแสดงสินค้า คอนเสิร์ต การประชุม หรือ การจัดเป็นพื้นที่สำหรับสนามสอบแข่งขันต่างๆ การมีรถไฟฟ้าเชื่อมเข้าใจกลางเมืองทองธานีที่สถานีอิมแพ็คเมืองทองธานี

  • สามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ
  • ลดปัญหาการจราจรติดขัดได้อย่างชัดเจนทั้งบริเวณเส้นถนนหลัก และถนนภายในเมืองทองธานี
  • รองรับประชาชนที่เดินทางมาร่วมงานในช่วงมีการจัดงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ช่วยลดมลพิษ และส่งเสริมสิ่งแวดล้อม

รถไฟฟ้าสายสีชมพู จึงไม่ใช่แค่รถไฟฟ้า แต่ถือเป็นโครงสร้างแห่งใหม่ของอนาคตเมือง ซึ่งไม่เป็นเพียงทางเลือกใหม่ในการเดินทาง แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพัฒนาเมือง การเดินทาง และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งช่วยให้วิถีชีวิตของประชาชนบริเวณพื้นที่ มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงเป็นการนำเส้นทางที่เคยเป็นจุดตัดขาดจากระบบราง ทั้งๆที่พื้นที่โซนจัดงานเมืองทองธานีซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเพียง 2.80 กม.

ปักหมุด! รถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยาย

สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01) และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี (MT02)

----------------------

เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ระบบขนส่งสาธารณะที่แท้จริง

นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงชาวปากเกร็ดและนนทบุรีสามารถสัมผัสประสบการณ์การเดินทางรูปแบบใหม่สู่เมืองทองธานีด้วยโครงข่ายระบบรางที่สะดวกสบาย รวดเร็ว และเข้าถึงได้จริงผ่านโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย โดยได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ ฟรี! จำนวน 2 สถานี คือ สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01) และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี (MT02) ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม ถึง 16 มิถุนายน 2568


เชื่อมต่อเมืองทองธานี โดยไม่ต้องพึ่งรถยนต์ส่วนตัว แม้จะเป็นส่วนต่อขยายระยะสั้นเพียง 2.8 กิโลเมตร แต่การเชื่อมต่อจากสถานีศรีรัช-เมืองทองธานี เข้าสู่สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี (MT01) และ สถานีทะเลสาบเมืองทองธานี (MT02) กลับมีความหมายในเชิงนโยบายที่ลึกซึ้งกว่านั้น เพราะคือสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางจากเดิมที่ประชาชนต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัด การวนหาที่จอดรถ หรือ ต่อรถหลายต่อกว่าจะถึงที่หมาย วันนี้! สามารถขึ้นรถไฟฟ้าแล้วสามารถเดินเข้าสู่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เดินผ่าน Skywalk (ทางเดินลอยฟ้า) ที่เชื่อมต่อโดยตรงไปยังชาเลนเจอร์ฮอล์ล หรือ ไปต่อที่โซนทะเลสาบเมืองทองธานี ซึ่งลดความเครียดจากการเดินทาง สะดวก และประหยัดเวลา


ไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่คือจุดเปลี่ยนของเมือง เพราะรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายฯ ถูกออกแบบเพื่อเป็นมากกว่าการเดินทาง แต่มีเป้าหมายที่จะช่วยสร้างเขตเมืองรอบนอกให้กลายเป็นแลนมาร์คใหม่ที่รวบรวมสถานที่ตั้งจัดแสดงสินค้ากิจกรรมหรือคอนเสิร์ตระดับชาติ รวมถึงมีเป้าหมายที่จะช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่จัดงาน สามารถช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลก็นำมาถึงเป้าหมายที่ช่วยลดมลพิษและฝุ่น PM 2.5 ไปพร้อมกันและยังเสริมสร้างการกระจายความเจริญไป สู่เมืองรอง พร้อมส่งเสริมพฤติกรรมหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น


หลังสิ้นสุดช่วงทดลองนั่งฟรี การให้บริการจะเริ่มมาให้บริการเต็มรูปแบบและจะมีค่าโดยสารระหว่าง 2 สถานีส่วนต่อขยายนี้ประมาณ 15-22 บาท จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงระบบ ตั๋วร่วม 20 บาทตลอดสาย ในช่วงเดือนกันยายน 2568 ที่ได้รับมอบนโยบายจากภาครัฐบาลรถไฟฟ้าสายสีชมพูก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อได้หลากหลายเส้นทางมากขึ้นในอัตราค่าโดยสารเพียงราคาเดียวต่อครั้ง


รถไฟฟ้าสายสีชมพู โดยเฉพาะสถานีส่วนต่อขยายไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเท่านั้น แต่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของคนในเมืองกับเขตนอกเมืองได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมพาทุกคนไปสู่อนาคตวิถีการเดินทางที่สะดวกสบายอย่างยั่งยืน


ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2568

_________________________________________________________




เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy